dot dot
bulletการสมัครเรียน
bulletสิ่งที่ควรรู้
bulletทดสอบตาบอดสี
dot
เว็บลิงค์
dot
bulletโรงเรียนเตรียมทหาร
bulletโรงเรียนนายร้อย จปร.
bulletโรงเรียนนายเรือ
bulletโรงเรียนนายเรืออากาศ
bulletโรงเรียนนายร้อยตำรวจ




สิ่งที่ควรรู้

 

           นักเรียนที่จะสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในปี 2560 จำเป็นที่จะต้องเตรียมตัวสำหรับการเปลี่ยนแปลงของหลักสูตรโรงเรียนเตรียมทหาร เพราะนอกจากจะใช้คุณวุฒิระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 เป็นเกณฑ์ในการสอบเข้าแล้ว ก็มีข่าวคราวว่าจะเปิดเรียนในปีการศึกษา 2560 เร็วขึ้นราวกลางเดือนเมษายนอีกด้วย นั่นก็หมายความว่ากระบวนการสอบข้อเขียน  คงจะต้องสอบราวกลางเดือนมีนาคมอย่างแน่นอน เนื่องจากการสอบรอบสองทั้ง 4 เหล่า ไม่พร้อมกัน และเพื่อให้โอกาสนักเรียนเตรียมตัวไม่น้อยกว่า 20 – 25 วัน

ฉะนั้น เมื่อการสอบเลื่อนขึ้นมาอยู่กลางเดือนมีนาคมดังว่า นักเรียนจะมีช่วงเวลาในการเตรียมตัวก่อนสอบน้อยมาก และกระชั้นชิดกับการสอบปลายภาคของโรงเรียนต่างๆ  ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งปกตินักเรียนจะเสร็จสิ้นการสอบปลายภาคราวปลายเดือนกุมภาพันธ์ หรือต้นเดือนมีนาคมของทุกปี และบางโรงเรียนในเครือสาธิตฯ อาจยาวไกลไปจนถึงกลางเดือนมีนาคม

ดังนั้น นักเรียนที่ต้องการสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ในปี 2560 จำเป็นจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสียแต่บัดนี้ ซึ่งเกือบจะช้าไปเสียด้วยซ้ำ สถาบันกวดวิชาเข้าเตรียมทหารแดนนภา จึงต้องปรับกระบวนการเรียนการสอนเพื่อสร้างคุณภาพทุกด้านให้แก่นักเรียนของสถาบันฯ ไปสู่จุดหมายที่หวังไว้อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายในการปั้นลูกศิษย์ทุกคนที่มีความตั้งใจในการเป็นนักเรียนเตรียมทหาร เฉกเช่นเดียวกับลูกศิษย์รุ่นที่ผ่านมาของสถาบันฯ ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ

 

           หากท่านไว้ใจสถาบันฯ ของเรา ในการนำพาบุตรหลานของท่านไปยังสิ่งที่ต้องการ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียด หรือลงชื่อเรียนได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

__________________________________________________________________________________________________________________________________

การสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในปัจจุบัน ใช้วิธีแยกสอบเหล่าใครเหล่ามัน นักเรียนสามารถสมัครสอบได้ทุกเหล่า
(ทบ. ทร. ทอ. และ ตร.) โดยแต่ละโรงเรียนจะเป็นผู้ที่ออกข้อสอบเอง โรงเรียนเตรียมทหารไม่มีส่วนในการออกข้อสอบ
เป็นเพียงสถานที่เรียนร่วมกันทั้ง 4 เหล่า เพื่อให้เกิดความรักความสามัคคี และความมักคุ้น
อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ในการรับราชการต่อไป

เหล่า ทบ. (รร.จปร.)
สอบ     คะแนนภาควิชาการ      700 คะแนน (คะแนนวิชาภาษาอังกฤษต้องผ่าน 30 %)
             คะแนนพลศึกษา          200 คะแนน (สอบ 1,000 คะแนน) ต้องผ่านครึ่งหนึ่ง/สอบว่ายน้ำ/วิ่ง 1,000 เมตร  
                                               ต้องผ่านเกณฑ์
             ค่า BMI                       เกินที่ทาง รร.จปร. กำหนดไม่ได้ (ตามระเบียบการ)
             สายตา                        สั้นได้ไม่เกิน 150 (สามารถใส่แว่นสายตาที่สั้นไม่เกิน 150 ถ้าอ่านได้ถือว่าผ่าน)
             สอบวิภาววิสัย             ไม่มีคะแนน
             คะแนนเพิ่มสำหรับบุตรทหาร-ตำรวจ ตามเกณฑ์ที่ รร.จปร. กำหนด

เหล่า ทร. (รร.นร.)
สอบ     คะแนนภาควิชาการ     700 คะแนน
             คะแนนพลศึกษา         100 คะแนน
             สายตา                        ไม่ค่อยเน้น  สามารถแก้ไขได้
             คะแนนเพิ่มสำหรับบุตรทหาร-ตำรวจ ตามเกณฑ์ที่ รร.นร. กำหนด 

เหล่า ทอ. (รร.นอ.)
สอบ     คะแนนภาควิชาการ    700 คะแนน
             คะแนนสอบรอบสอง  300 คะแนน
                - คะแนนสอบวิภาววิสัย และความถนัด      100 คะแนน
                - คะแนนสอบพลศึกษา                              100 คะแนน
                - คะแนนสอบสัมภาษณ์                             100 คะแนน
            สายตา                        สั้นได้ไม่เกิน 20/40  ห้ามทำการแก้ไขสายตา
            คะแนนสอบรอบสองมีความสำคัญ ต้องทำให้ได
            คะแนนเพิ่มสำหรับบุตรทหาร-ตำรวจ ตามเกณฑ์ที่ รร.นอ. กำหนด
            ผู้ที่ผ่านการสอบโครงการช้างเผือก รร.นอ. จะได้คะแนนเพิ่มในรอบสอง 4 % (ไม่รวมภาคสมทบ)
            

เหล่า ตร. (รร.นรต.)
สอบ     คะแนนภาควิชาการ    700 คะแนน 
             สอบรอบสอง             ไม่มีคะแนน
             (แต่ต้องสอบพลศึกษาให้ผ่าน ถ้าสอบว่ายน้ำ และวิ่ง 1,000 เมตร ไม่ผ่านเกณฑ์ จะถูกคัดชื่อออก)
             สายตา                       ไม่ค่อยเน้น สามารถแก้ไขได้ทุกกรณี
             คะแนนเพิ่มสำหรับบุตรทหาร-ตำรวจ ตามเกณฑ์ที่ รร.นรต. กำหนด  

หมายเหตุ     การสอบพลศึกษา (มีรายละเอียดในใบระเบียบการ) ทุกเหล่าจะทำการสอบ 8 สถานีเหมือนกันหมด ได้แก่
                   1. ดึงข้อราวเดี่ยว
                   2. วิ่งเก็บของ
                   3. ลุก-นั่ง 30 วินาที
                   4. วิ่งระยะทาง 50 เมตร
                   5. นั่งงอตัว
                   6. ยืนกระโดดไกล
                   7. วิ่งระยะทาง 1,000 เมตร
                   8. ว่ายน้ำระยะทาง 50 เมตร

***เมื่อนักเรียนทราบแล้วว่าพลศึกษาต้องสอบอะไรบ้าง ขอให้หมั่นฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ
   ใครจะได้คะแนนในส่วนนี้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการเตรียมตัวของแต่ละคนเป็นสำคัญ***
                           
ข้อสังเกต   (ประมาณการ  แต่ละปีอาจเปลี่ยนแปลงได้)
ผู้สมัครสอบคัดเลือกในทุกเหล่าประมาณ 20,000 คน / ปี
รร.จปร.                       รับประมาณ   200 - 220 คน
รร.นร. และตำรวจน้ำ    รับประมาณ   70             คน
รร.นอ.                          รับประมาณ  85-90       คน
รร.นรต.                        รับประมาณ  190 - 200 คน







Copyright © 2010 All Rights Reserved.