สิ่งที่ควรรู้

 

นักเรียนที่จะสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในปี 2560 เป็นต้นไป จำเป็นที่จะต้องเตรียมตัวสำหรับการเปลี่ยนแปลงของหลักสูตรโรงเรียนเตรียมทหาร เพราะนอกจากจะใช้คุณวุฒิระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 เป็นเกณฑ์ในการสอบเข้า   กระบวนการสอบทั้ง 4 เหล่า จะเริ่มต้นขึ้นช่วงต้นถึงกลางเดือนมีนาคม ซึ่งถือว่าเร็วกว่าปีที่ผ่านๆ มา

ฉะนั้น เมื่อการสอบเลื่อนขึ้นมาอยู่กลางเดือนมีนาคมดังว่า นักเรียนจะมีช่วงเวลาในการเตรียมตัวก่อนสอบน้อยมาก และกระชั้นชิดกับการสอบปลายภาคของโรงเรียนต่างๆ  ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งปกตินักเรียนจะเสร็จสิ้นการสอบปลายภาคราวปลายเดือนกุมภาพันธ์ หรือต้นเดือนมีนาคมของทุกปี และบางโรงเรียนในเครือสาธิตฯ อาจยาวไกลไปจนถึงกลางเดือนมีนาคม

ดังนั้น นักเรียนที่ต้องการสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ในปี 2560 เป็นต้นไป จำเป็นจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสียแต่บัดนี้ ซึ่งเกือบจะช้าไปเสียด้วยซ้ำ สถาบันกวดวิชาเข้าเตรียมทหารแดนนภา จึงต้องปรับกระบวนการเรียนการสอนเพื่อสร้างคุณภาพทุกด้านให้แก่นักเรียนของสถาบันฯ ไปสู่จุดหมายที่หวังไว้อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายในการปั้นลูกศิษย์ทุกคนที่มีความตั้งใจในการเป็นนักเรียนเตรียมทหาร เฉกเช่นเดียวกับลูกศิษย์รุ่นที่ผ่านมาของสถาบันฯ ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ

การสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในปัจจุบัน ใช้วิธีแยกสอบเหล่าใครเหล่ามัน นักเรียนสามารถสมัครสอบได้ทุกเหล่า (ทบ. ทร. ทอ. และ ตร.) โดยแต่ละโรงเรียนจะเป็นผู้ที่ออกข้อสอบเอง โรงเรียนเตรียมทหารไม่มีส่วนในการออกข้อสอบ เป็นเพียงสถานที่เรียนร่วมกันทั้ง 4 เหล่า เพื่อให้เกิดความรักความสามัคคี และความมักคุ้น อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ในการรับราชการต่อไป

 

เหล่า ทบ. (รร.จปร.)

คะแนนภาควิชาการ  700 คะแนน (คะแนนวิชาคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ 30 %)

 

คะแนนรอบ 2 (สุดท้าย) 100 คะแนน

 -   สอบสัมภาษณ์ ไม่มีคะแนน แต่ต้องผ่านเกณฑ์ที่กำหนด หากไม่ถึงถือว่าสอบตก

 -   การตรวจร่างกาย เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในระเบียบการ

 -   สอบวิภาววิสัย ไม่มีคะแนน แต่นำผลติดตัวนักเรียนเพื่อพิจารณาคัดเลือกเป็นนักเรียนบังคับบัญชา

 -   พลศึกษา 100 คะแนน (เหมือนกันทุกเหล่า) สอบ 8 สถานี ต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามที่แต่ละเหล่ากำหนด หากไม่ผ่านสถานีใด ถือว่าตก เช่น สอบผ่านไปแล้ว 3 สถานี แล้วมาสอบว่ายน้ำ หากไม่ผ่านถือว่าตก ไม่สามารถไปต่อได้

 

คะแนนเพิ่ม
(เพิ่มให้ในรอบ 2 จาก 100 คะแนน เหมือนกันทุกเหล่า )

 - คะแนนเพิ่มสำหรับบุตรทหาร-ตำรวจ ตามเกณฑ์ที่ รร.จปร. กำหนด

 - คะแนนเพิ่มสำหรับตัวผู้สมัครสอบ (ร.ด. ปีที่ 1 เพิ่ม 3% ,ปีที่ 2 เพิ่ม 4% ,ปีที่ 3 เพิ่ม 5%)

 ***ผู้สมัครสอบจะได้คะแนนเพิ่มทั้งของบิดา-มารดา และของตัวเอง  

 

 

เหล่า ทร. (รร.นร.)

คะแนนภาควิชาการ  700 คะแนน (คะแนนวิชาคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ 40 %)

 

คะแนนรอบ 2 (สุดท้าย) 100 คะแนน

 -   สอบสัมภาษณ์ ไม่มีคะแนน แต่ต้องผ่านเกณฑ์ที่กำหนด หากไม่ถึงถือว่าสอบตก

 -   การตรวจร่างกาย เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในระเบียบการ

 -   สอบวิภาววิสัย ไม่มีคะแนน แต่นำผลติดตัวนักเรียนเพื่อพิจารณาคัดเลือกเป็นนักเรียนบังคับบัญชา

 -   พลศึกษา 100 คะแนน (เหมือนกันทุกเหล่า) สอบ 8 สถานี ต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามที่แต่ละเหล่ากำหนด หากไม่ผ่านสถานีใด ถือว่าตก เช่น สอบผ่านไปแล้ว 3 สถานี แล้วมาสอบว่ายน้ำ หากไม่ผ่านถือว่าตก ไม่สามารถไปต่อได้

 

คะแนนเพิ่ม
(เพิ่มให้ในรอบ 2 จาก 100 คะแนน เหมือนกันทุกเหล่า )

 - คะแนนเพิ่มสำหรับบุตรทหาร-ตำรวจ ตามเกณฑ์ที่ รร.นร. กำหนด

 - คะแนนเพิ่มสำหรับตัวผู้สมัครสอบ (ร.ด. ปีที่ 1 เพิ่ม 3% ,ปีที่ 2 เพิ่ม 4% ,ปีที่ 3 เพิ่ม 5%)

***ผู้สมัครสอบจะได้คะแนนเพิ่มทั้งของบิดา-มารดา และของตัวเอง  

 

เหล่า ท. (รร.นนก.)

คะแนนภาควิชาการ  700 คะแนน (คะแนนวิชาคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ 40 %)

 

คะแนนรอบ 2 (สุดท้าย) 200 คะแนน

 - สอบสัมภาษณ์ ไม่มีคะแนน แต่ต้องผ่านเกณฑ์ที่กำหนด หากไม่ถึงถือว่าสอบตก

 - การตรวจร่างกาย เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในระเบียบการ

 - สอบวิภาววิสัย และความถนัด มีคะแนน 100 คะแนน

 - พลศึกษา 100 คะแนน (เหมือนกันทุกเหล่า) สอบ 8 สถานี ต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามที่แต่ละเหล่ากำหนด หากไม่ผ่านสถานีใด ถือว่าตก เช่น สอบผ่านไปแล้ว 3 สถานี แล้วมาสอบว่ายน้ำ หากไม่ผ่านถือว่าตก ไม่สามารถไปต่อได้

 

คะแนนเพิ่ม
(เพิ่มให้ในรอบ 2 จาก 100 คะแนน เหมือนกันทุกเหล่า )

 - คะแนนเพิ่มสำหรับบุตรทหาร-ตำรวจ ตามเกณฑ์ที่ รร.นนก. กำหนด

-  คะแนนเพิ่มสำหรับตัวผู้สมัครสอบ (ร.ด. ปีที่ 1 เพิ่ม 3% ,ปีที่ 2 เพิ่ม 4% ,ปีที่ 3 เพิ่ม 5%)

-  คะแนนเพิ่มสำหรับตัวผู้สมัครสอบที่ผ่านเกณฑ์การสอบโครงการช้างเผือก ประเภทช้างเผือก เพิ่ม 4%

 ***ผู้สมัครสอบจะได้คะแนนเพิ่มทั้งของบิดา-มารดา และของตัวเอง  

 ***คะแนนสอบวิภาววิสัยและความถนัดไม่นำมารวมในการให้คะแนนเพิ่ม

 

เหล่า ตร. (รร.นรต.)

 คะแนนภาควิชาการ  700 คะแนน (ไม่มีเกณฑ์ขั้นต่ำในวิชาคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ)

 คะแนนรอบ 2 (สุดท้าย) 100 คะแนน

 -   สอบสัมภาษณ์ ไม่มีคะแนน แต่ต้องผ่านเกณฑ์ที่กำหนด หากไม่ถึงถือว่าสอบตก

 -   การตรวจร่างกาย เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในระเบียบการ

 -   สอบวิภาววิสัย ไม่มีคะแนน แต่นำผลติดตัวนักเรียนเพื่อพิจารณาคัดเลือกเป็นนักเรียนบังคับบัญชา

 -   พลศึกษา 100 คะแนน (เหมือนกันทุกเหล่า) สอบ 8 สถานี ต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามที่แต่ละเหล่ากำหนด หากไม่ผ่านสถานีใด ถือว่าตก เช่น สอบผ่านไปแล้ว 3 สถานี แล้วมาสอบว่ายน้ำ หากไม่ผ่านถือว่าตก ไม่สามารถไปต่อได้

 

คะแนนเพิ่ม
(เพิ่มให้ในรอบ 2 จาก 100 คะแนน เหมือนกันทุกเหล่า )

 - คะแนนเพิ่มสำหรับบุตรทหาร-ตำรวจ ตามเกณฑ์ที่ รร.นรต. กำหนด

 - คะแนนเพิ่มสำหรับตัวผู้สมัครสอบ (ร.ด. ปีที่ 1 เพิ่ม 3% ,ปีที่ 2 เพิ่ม 4% ,ปีที่ 3 เพิ่ม 5%)

 ***ผู้สมัครสอบจะได้คะแนนเพิ่มทั้งของบิดา-มารดา และของตัวเอง  

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

หมายเหตุ    การสอบพลศึกษา (มีรายละเอียดในใบระเบียบการ) ทุกเหล่าจะทำการสอบ 8 สถานีเหมือนกันหมด ได้แก่

1. ดึงข้อราวเดี่ยว  2. วิ่งเก็บของ  3. ลุก-นั่ง 30 วินาที  4. วิ่งระยะทาง 50 เมตร  5. นั่งงอตัว  6. ยืนกระโดดไกล

7. วิ่งระยะทาง 1,000 เมตร  8. ว่ายน้ำระยะทาง 50 เมตร

***เมื่อนักเรียนทราบแล้วว่าพลศึกษาต้องสอบอะไรบ้าง ขอให้หมั่นฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ใครจะได้คะแนนในส่วนนี้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการเตรียมตัวของแต่ละคนเป็นสำคัญ***


                           
ข้อสังเกต   (ประมาณการ แต่ละปีอาจเปลี่ยนแปลงได้)

ผู้สมัครสอบคัดเลือกในทุกเหล่า ปีล่าสุด (2561) ประมาณ 9,000 - 13,000 คน / ปี

- รร.จปร.     
รับประมาณ 
260 คน

- รร.นร. และตำรวจน้ำ     
รับประมาณ 90 
คน (ทร. 80 / ตร.น้ำ 10)

- รร.นนก.     
รับประมาณ     
115   คน

- รร.นรต.     
รับประมาณ  120
 คน

 

 

Visitors: 62,537